Tag Archives: คนรักไก่ชน

ตอสั้นเสียเปรียบตอยาวหรือเปล่า ตอจำเป็นต้องยาวไว้ก่อนไหม

    เดือยไก่เป็นอีกหนึ่งส่วนของร่างกายไก่ที่จะบอกว่าไก่ตัวนั้นเป็นไก่ที่มีอาวุธที่น่ากลัวอยู่  ถึงแม้ว่าไก่ชนจะมีเดือยกันทุกตัวแต่ก็ไม่ได้ใช้เดือยเก่งกันทุกตัว  การที่จะดูว่าไก่ตัวไหนที่ใช้เดือยได้เก่งหรือไม่นั้น  ส่วนใหญ่แล้วจะดูกันที่ความสูงต่ำของเดือย  ถ้าไก่ตัวไหนที่มีเดือยต่ำๆติดนิ้วก้อยมักจะเป็นไก่ที่ใช้เดือยเก่ง  และตัวไหนที่มีปลายเดือยแหลมเป็นลูกกระสุนจะเป็นเดือยที่มีความแข็งแรงมาก    ในการเปรียบเทียบตอไก่ระหว่างตัวที่มีปลายตอแหลมเป็นลูกกระสุน  กับตัวที่ปลายตอเป็นเม็ดข้าวโพด  ทั้งสองตัวนี้จะเป็นไก่ที่ใช้ตอเหมือนกันแต่ตัวที่ปลายตอแหลมเป็นเม็ดกระสุนจะใช้ตอมากกว่า   ในการต่อสู้ของไก่เขาไม่ได้ใช้ความยาวของเดือยในการแทงคู่ต่อสู้      แต่สิ่งไก่เขาจะใช้คือความคมของเดือย  ตอที่ยาวๆก็ใช่ว่าจะสามารถแทงคู่ต่อสู้ได้เสมอไป  มีแต่จะเกะกะเปล่าๆ  เกี่ยวแข้งคู่ต่อสู้บ้าง  เกี่ยวแข้งตัวเองบ้าง  และอาจจะหักโค่นได้ง่ายๆด้วย  เดือยยาวแต่ทู่ก็สู้สั้นแต่แหลมไม่ได้     โดนเดือยทู่อาจจะแค่ช้ำไม่สามารถทำให้เกิดแผลฉีกขาดได้  แต่เดือยแหลมถึงแม้ว่าหลังด้านนอกจะไม่แตกแต่กล้ามเนื้อด้านในอาจจะฉีกขาดได้  ฉะนั้นในการตัดแต่งตอของไก่ถ่ายต้องตัดให้ได้ขนาดมาตรฐานเขาถึงจะแทงได้  สำหรับไก่ถ่ายที่กำลังเลี้ยงออกชน     ในช่วงที่อาบน้ำฟิตซ้อมอยู่ให้ตัดเดือยให้เหลือประมาณเท่าความยาวของข้อนิ้วก้อยของเราหรืออาจจะต่ำกว่าข้อนิดหน่อยก็ได้  เพราะกว่าจะเลี้ยงพร้อมออกชนเดือยมันก็จะยาวออกมาอีก     ในการตัดแต่งตอของไก่ชนพม่าหน้าหงอนยืนตี  เดินเตะ  ให้ตัดเดือยเป็นปากฉลาม  ให้ใช้เลื่อยฉลุโคนจะได้ไม่สะเทือน  ให้ปลายโคนงุ้มลงนิดหน่อยเพราะเวลาเขาตีเขาจะฟาดแข้งลง  ส่วนไก่พม่าที่โยกลอดเตะเสยขึ้น  ให้ตัดเดือยเอาแผลลงด้านล่างและเฉียง  45  องศา ให้ปลายงอขึ้น      ส่วนไก่ป่าก๋อยหรือไก่เชิงก็ให้ตัดเป็นปากฉลามเหมือนกับไก่พม่าหน้าหงอนยืนเตะ  เพราะลักษณะการเตะเขาจะเหมือนกัน  แต่ความยาวทุกแบบจะต้องไม่ยาวเกินข้อนิ้ว  ถ้าตอยาวไปอาจจะแทงผิดเป้าได้      และแต่ตอทุกแบบจะต้องเน้นที่แหลมไว้ก่อน  ถ้าปลายทู่ก็เหมือนสากกระเบือพันผ้าเจ็บแค่พอซ้ำ  แต่ถ้าปลายแหลมก็จะเหมือนมีดปลายแหลมพันผ้า  จะเหมือนมีดแทงเจ็บจนต้องยอมแพ้ไปในที่สุด

คัดอย่างไรให้ได้แม่ไก่ดี นำมาทำสายสร้างรายได้

    ลูกไก่ชนจะเก่งไม่ได้มาจากพ่อไก่ที่เก่งเพียงอย่างเดียว  แม่ไก่ก็มีส่วนสำคัญในความเก่งของลูกไก่ด้วย  เพราะลูกไก่จะได้ยีนส์ฝั่งแม่มาถึง 70 – 80 %  ถึงแม้ว่าจะมีพ่อไก่ที่เก่งขนาดไหนแต่ถ้าแม่ไม่เก่งลูกออกมาก็อาจจะไม่เก่งได้      ดังนั้นแม่ไก่จึงต้องมีการคัดเช่นเดียวกัน  ไม่ใช่ว่าจะจับไก่ตัวเมียที่ไหนก็ได้มาทำเป็นแม่พันธุ์  เพราะเราต้องการลูกไก่ที่เก่งไม่ใช่ต้องการเพียงลูกไก่ธรรมดา  ซึ่งในการคัดเลือกแม่ไก่ที่ดีที่เก่งที่เหมาะสำหรับเป็นแม่พันธุ์นั้นมีวิธีการสังเกต  และให้คัดเลือกดังนี้     คัดแม่ที่จ่ายลูกเก่ง  แม่ไก่ตัวไหนที่จ่ายลูกเก่งนอกจากตัวผู้จะมีสายเลือดที่ดีที่เก่งแล้ว  ตัวแม่พันธุ์เองก็น่าจะมีสายเลือดของไก่เก่งอยู่ในตัวเช่นกัน  แม่ไก่ตัวไหนที่จ่ายลูกเก่งควรที่จะเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ต่อไป    คัดแม่ไก่จ่ายลูกเก่งไม่เลือกพ่อ  แม่ไก่ตัวไหนที่จ่ายลูกเก่งไม่ว่าจะนำพ่อไหนมาใส่ให้เก็บไว้  เพราะแม่ไก่ตัวนี้ถือเป็นไก่ที่สายเลือดดีมาก  เหมาะที่จำนำมาทำแม่พันธุ์หลัก    คัดแม่ไก่ที่เป็นคู่เกิดตัวผู้ที่เก่ง  ถ้าหากมีไก่ตัวผู้ที่เก่งมีแววดีให้เก็บไก่ตัวเมียที่เป็นคู่เกิดไว้ด้วย  หากในคอกนั้นมีตัวผู้หลายตัวแต่ไม่ได้เก่งทุกตัวและตัวเมียก็มีหลายตัวเช่นกัน  ก็ให้เลือกตัวเมียที่มีลักษณะสีสันที่คล้ายกับตัวผู้ตัวเก่งให้มากที่สุด     ซึ่งไก่ที่มีลักษณะรูปร่างสีสันคล้ายกันน่าจะเป็นไก่ที่เก่งเหมือนกัน  กว่าจะรู้ว่าไก่ตัวผู้เก่งหรือไม่อายุก็จะ 8 – 9  เดือนแล้ว  ซึ่งก็จะพอดีกับแม่ไก่ที่มีความพร้อมในการผสมด้วย    หากบ้านไหนหรือซุ้มไหนที่ยังมีแม่ไก่ไม่เยอะและอยากได้แม่ไก่เก่งๆเพิ่ม  ก็ลองหาแม่ไก่จากไก่ในคอกที่เรามีก่อนได้  หรือถ้าอยากนำเข้าแม่ไก่และอยากได้ไก่ที่เก่งก็สามารถคัดเลือกตามนี้ได้เลย  รับรองว่าทุกท่านจะไม่ผิดหวังได้ไก่เก่งมาเป็นแม่พันธุ์กันอย่างแน่นอน     ในการจะนำเข้าแม่ไก่เราก็สามารถหาข้อมูลได้ง่ายมากสำหรับสมัยนี้  เพราะทุกซุ้มทุกค่ายเขาก็จะมีรูปมีคลิปต่างๆให้เราได้ดูได้เลือกกันอยู่แล้ว  เราไม่จำเป็นต้องนำเข้ามาแบบวัดดวงแต่สามารถเลือกตัวที่ใช่  สไตล์ที่ชอบได้เลย     เราไม่ต้องไปเสียเวลาเริ่มนับหนึ่งเพาะเอง  กว่าจะรู้ว่าเขาเก่งหรือเปล่าก็ต้องใช้เวลาเกือบปี  อันไหนที่จะเป็นทางลัดให้เราประสบความสำเร็จเร็วขึ้นก็ควรที่จะเลือกทางนั้นไว้ก่อน

ไก่ชนเป็นหวัดเรื้องรังรักษาอย่างไรให้หายขาด

    ในช่วงที่ฝนตกชุกแบบนี้หากไก่ชนของเราได้รับความชื้นมากๆและบ่อยๆก็อาจทำให้เป็นหวัดกันได้  และถ้าหากว่าไก่เกิดเป็นหวัดขึ้นมาแล้วไม่รีบรักษาก็อาจเกิดเป็นเรื้อรังได้  และยังสามารถแพร่เชื้อไปติดไก่ตัวอื่นได้อีกด้วย  เมื่อเห็นว่าไก่เริ่มมีอาการหวัดก็ต้องรีบรักษาแต่ถ้าหากว่ารักษามาพักหนึ่งแล้ว  แต่อาการยังไม่ดีขึ้นแถมยังหนักขึ้นจนเป็นตาลมูก  ต้องรักษาอย่างไรมาเรียนรู้กัน      ในกรณีที่ไก่เป็นหวัดเรื้อรังอาการหนักจนเป็นตาลมูก  จมูกตันจนหัวตาโขนงปูด  ซึ่งอาการจมูกตันคือไก่มีน้ำมูกเหนียวอุดตันเต็มรูจมูกไม่สามารถหายใจทางงจมูกได้  หรือบางทีจมูกมีอาการบวมจนมีหนองร่วมด้วย  ซึ่งอาการแบบนี้ถือว่าเป็นอาการที่หนักมาก      จะต้องรีบรักษาโดยด่วน  ในการรักษาอันดับแรกจะต้องให้ยาแก้หวัด  อาจจะเป็นยาสามธง  หรือ  ฟอร์แลมก็ได้  จากนั้นก็ให้ทำความสะอาดจมูกเอาน้ำมูกที่ตันอยู่ออกเพื่อให้ไก่สามารถหายใจได้  โดยให้ใช้ปลายด้ามขนไก่เขี่ยน้ำมูกที่รูจมูกและเช็ดทำความสะอาดด้านนอกก่อน     จากนั้นให้ใช้ขนไก่แหย่รูจมูกแต่ระวังอย่าแหย่จนแทงทะลุเพดาน  เอาพอให้ขนไก่เปิดทางรูจมูก  ต่อมาให้ใช้คัตตอลบัดจุ่มน้ำแล้วดันเข้าไปให้ทะลุเพดาน  เพื่อให้น้ำมูกที่ตอยู่ด้านในติดออกมา  แล้วให้ใช้มือปิดทั้งปากและจมูกของไก่ไว้  เมื่อไก่เขาหายใจไม่ออกเขาจะดิ้นก็ให้ปล่อยมือ  ไก่เขาจะสำลักและพวกน้ำมูกเสลดทั้งหลายก็จะออกมาด้วย      จากนั้นก็เช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง  ทำซ้ำอีกประมาณ 3 – 4  ครั้งเพื่อให้น้ำมูกออกมาให้หมด  และใช้คัตตอลบัดกดลงที่หัวตาเล็กน้อยเพื่อดูว่ามีน้ำมูกที่หัวตาด้วยไหม  ถ้ามีก็ให้เช็ดทำความสะอาด  จากนั้นก็ให้ไก่กินยาแก้อักเสบลดหนอง  ยาที่ใช้ได้ผลในการลดหนองก็คือ  ยาทีซีมัยซิน  เป็นยาที่ใช้กับคนแต่ก็สามารถใช้กับไก่ได้  ใช้ตามขนาดน้ำหนักของไก่     วิธีการักษาแบบนี้อาจจะไม่ถูกต้องตามหลักเท่าไหร่แต่ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำแล้วได้ผล  หลายๆท่านก็อาจจะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน  แต่วิธีนี้ก็สามารถทำให้ไก่หายเร็วขึ้นวันต่อมาก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงแล้ว  อาการบวมลดลง  น้ำมูกลดลง  […]

ไก่คัดผ่าน ต้องคัดกันกี่ครั้งถึงจะเรียกว่า คัดผ่าน

    ในการคัดเลือกไก่ชนสักตัวเพื่อจะนำมาเลี้ยงออกชนอาจจะมีบางท่านโดยเฉพาะมือใหม่  ที่คงจะสงสัยว่าไก่คัดผ่านจะต้องคัดกันกี่ครั้งถึงจะถือว่าผ่าน  สามารถนำไปทำเนื้อทำตัวเตรียมตัวเข้าคอร์สเลี้ยงได้  วันนี้ชวนมือใหม่มาทำความเข้าใจเรื่องของการคัดไก่กัน  ว่าไก่คัดผ่านคัดกันอย่างไร  ดูอย่างไรจึงจะเรียกว่า คัดผ่าน     ไก่คัดผ่าน  ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งในการคัดแต่ขึ้นอยู่กับตัวไก่เอง  ถ้าไก่เขาโชว์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เตะก็ถือว่าคัดผ่านได้  ไก่ชนไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใดก็ตามเริ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่เรานำเขามาเตะจะตัดสินว่าเขาคัดผ่านหรือเปล่าต้องดูว่า  ไก่ตีถูกไก่หรือเปล่า  อันดับแรกที่ต้องดูคือเขาตีโดนไก่  ตีถูกไก่หรือเปล่า      เรื่องของกำลังอาจจะยังไม่เยอะ  ตีไปล้มลุกคลุกคลานไปก็ยังไม่เป็นไร  ยังไม่ต้องดูถึงว่าเขาลีลาเป็นอย่างไร  ตีคมไหม  ตีลึกไหม  ตีแม่นย้ำแผลไหมยังไม่ต้องมองถึงจุดนั้น  เพราะเขายังเป็นหนุ่มน้อยพึ่งเคยตีครั้งแรก  ก็เอาไว้ให้โอกาสเขาในครั้งต่อๆไป  ให้ดูที่แววของเขาก่อนถ้าเขาตีถูกแสดงว่าเขาเริ่มมีแววแล้ว  ไก่ใหม่ไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหนก็ตามเมื่อนำมาตีครั้งแรกจะบ้าตีมาก     เราต้องเข้าใจว่าเขาเป็นไก่ใหม่ยังไม่เคยตีมาก่อนเมื่อนำเขามาตี  เขาก็มีจะมีความตื่นเต้นอยู่ในนั้นด้วย  กลัวเจ็บบ้างไรบ้างเป็นการป้องกันตัวเองบ้าง  เขาจึงจะขยันออกลีลาเยอะหน่อย  แต่พอนำไปเลี้ยงเขาก็จะเริ่มปรับตัวมีชั้นเชิงมากขึ้นเอง     ฉะนั้นการคัดไก่จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งในการคัด  ในครั้งแรกเขาอาจจะตีผิดตีถูกบ้างเราก็ต้องให้โอกาสเขา  เพราะครั้งแรกกำลังเขาอาจจะยังไม่เพียงพอจึงทำให้ตีผิดตีถูกได้  และก็ลองนำเขามาตีอีก  ซึ่งโอกาสที่จะดูว่าเขาคัดผ่านหรือไม่ก็ควรที่จะให้โอกาสเขาประมาณ  3 – 4  ครั้ง  โอกาสที่ให้เขาลองเตะนี้ไม่ใช่ว่านำเขาไปขังสุ่มเลี้ยงอย่างเดียว    จะต้องนำเขาไปออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแกร่งด้วย  ไม่ใช่ว่านำเขาขังสุ่มไว้ไม่มีการทำเนื้อทำตัวให้เขา  แล้วไปคาดหวังว่าเขาจะตีดีขึ้นในครั้งถัดไปก็ไม่ได้  จะคัดเขาทั้งทีก็ต้องให้โอกาสเขาอย่างเต็มที่  ถ้าเตรียมความพร้อมให้เขาทุกอย่างและให้โอกาสเขาเต็มที่แล้วเขายังไม่ดีขึ้นก็ค่อยโละเขาถือว่าคัดไม่ผ่านไป     […]

ท้องแข้งไก่บอกอะไร ทำไมเลือกไก่ต้องดูท้องแข้ง

    แข้งไก่ชนด้านหลังจะเรียกว่าท้องแข้งซึ่งก็มีตำราในการเลือกไก่ชนที่ตีเก่ง  ตีหนักว่าจะต้องดูที่ท้องแข้งประกอบด้วย   เพราะท้องแข้งของไก่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่บ่งบอกว่า  ไก่ตัวนั้นจะเป็นไก่ที่ตีแม่น  ตีดี  ตีเจ็บหรือเปล่า  วันนี้มาเรียนรู้กันว่าวิธีเลือกไก่แข้งดีตีเจ็บนั้นจะต้องเลือกแบบไหน  เพื่อเป็นแนวทางสำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาไก่ไปเลี้ยง  ให้ได้ไก่ที่มีลักษณะของไก่เก่งจะได้ไม่ต้องเสียทั้งเงินและเสียเวลาเลี้ยงกัน     ท้องแข้งของไก่จะมีอยู่สองลักษณะ  คือ  ท้องแข้งกลม  และ  ท้องแข้งลีบหรือท้องแข้งไม่เต็ม  ตามตำราเชื่อกันว่า  ไก่ที่มีท้องแข้งกลมจะเป็นไก่ที่ตีเจ็บ  ส่วนไก่ที่ท้องแข้งลีบหรือท้องแข้งไม่เต็มนั้นจะเป็นไก่ที่ตีไม่ค่อยเจ็บ  อาจจะเป็นไก่ที่ตีแม่นแต่จะตีไม่ฝังแข้ง  ข้อแตกต่างของแข้งกลมกับแข้งลีบ  คือไก่แข้งกลม  จะตีหนัก  ตีเจ็บ  ตีแม่นฝังแข้ง     ไก่แข้งลีบ  จะตีไม่เจ็บถึงแม้จะตีโดน  ตีไม่ฝังแข้ง  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี  เพราะไก่แข้งลีบบางตัวจะเป็นไก่ใช้เดือย  แม่นเดือย  ถึงจะตีไม่เจ็บแต่ใช้เดือยแทงก็เจ็บได้เช่นกัน    คนเลี้ยงไก่ส่วนมากเขาจึงเลือกซื้อไก่ตัวที่มีแข้งกลมกัน  และเลือกที่มีเกล็ดหน้าดีๆ  เช่น  เกล็ดสองแถวปัดตลอด  มาถึงเดือยก็อาจจะมีเกล็ดเหน็บเป็นดาวล้อมเดือน  หรือกากบาทหน้าเดือย  หรืออาจจะเป็นกำไลหน้าเดือย  ลักษณะเหล่านี้ก็จะเป็นจุดเด่นของไก่แข้งกลม     ที่บ่งบอกว่าเป็นไก่ที่ตีเจ็บแถมยังแม่นเดือยอีกด้วย  และยิ่งมีเกล็ดชัยบาลดาลจะยิ่งเป็นไก่ที่มีความพิเศษของแข้งยิ่งขึ้น  แต่เกล็ดชัยบาดาลนั้นจะไม่ค่อยปรากฏร่วมกับไก่ที่มีแข้งพิเศษ  ไก่ที่มีความพิเศษนั้นจะมีเพียงตัวละอย่างถึงสองอย่างเท่านั้น  จะไม่มีที่ครบทุกอย่างในตัวเดียว    ฉะนั้นในการเลือกไก่หนุ่มก็ควรที่จะเลือกตัวที่มีท้องแข้งกลมไว้ก่อน  แต่ถ้าหากว่ามีไก่ที่ท้องแข้งลีบก็อาจจะรอดูตอนเป็นลูกแซมที่ตอเขามี  […]

ไก่จะออกชนจำเป็นต้องเช็คก่อนออกหรือไม่ มือใหม่ควรรู้

   ในการเลี้ยงการเตรียมความพร้อมก่อนออกชนนั้น  แต่ละท่านก็อาจจะมีวิธีที่แตกต่างกันบ้างตามประสบการณ์  ตามความมั่นใจของแต่ละคน  แต่ก็เชื่อว่าอาจจะมีบางท่านที่เลี้ยงจนจบคอร์สจนถึงวันออกชนแล้วแต่ไม่มั่นใจ  ว่าไก่ที่ตัวเองเลี้ยงนั้นเขาฟิตเต็มที่ไหม     เขาพร้อมจริงๆหรือเปล่า  ซึ่งเซียนมือเก๋าอาจจะไม่มีความรู้สึกเช่นนี้มีแต่ความมั่นใจเต็มร้อย  แต่สำหรับมือใหม่แล้วเชื่อว่าต้องมีอารมณ์แบบนี้อย่างแน่นอน  แล้วก็เกิดคำถามว่าควรจะเช็คไก่ก่อนออกดีไหม    สำหรับเซียนไก่ที่เป็นมืออาชีพจริงๆเขาจะไม่เช็คไก่ก่อนออกกัน  เพราะคนที่เลี้ยงไก่เขาจะรู้ว่าสภาพไก่เป็นอย่างไร  ถ้าเอาเขาไปเตะก่อนที่จะออกแทนที่เขาจะฟิตแต่ไม่ใช่  กลับเป็นการเพิ่มความเหนื่อย  ความเมื่อยให้กับไก่  คนที่เลี้ยงไก่มาจะต้องรู้ว่าไก่ที่เลี้ยงนั้นมีความฟิตแค่ไหนพอที่จะออกได้หรือยัง     และความพร้อมนั้นก็สามารถเช็คได้ว่าไก่มีความพร้อมหรือเปล่า  คือ  ในตอนเช้าหลังจากที่เปิดมุ้งให้ดูก่อนว่าไก่มีอาการป่วยหรือเปล่า  โดยสังเกตอาการหลังจากที่เปิดมุ้งช่วง 30  นาทีแรก  ว่าเขามีอาการซึม  น้ำตาไหล  หรือขี้ไม่สวย     อาการแบบนี้แสดงว่าเขาเริ่มไม่สบายแล้ว  แต่ถ้าไม่มีอาการดังกล่าวก็มาฟังการหายใจของเขาว่ามีเสียงดังค่อกๆในคอไหม  และดูว่าไก่มีอาการหน้าซีดไหม  กระเพาะเขาย่อยดีไหม  ถ้ามีแสดงว่าเขาไม่สบาย     แต่ถ้าเขาไม่มีอาการใดเลยหน้าเขายังแดงสดเป็นมันก็แสดงว่าเขาปกติดีมีความพร้อม  ไม่จำเป็นต้องเช็คก่อนออกชนเพียงแค่ให้สังเกตอาการของเขาก็พอ  แต่ถ้าดูแล้วไก่มีอาการไม่สบายอย่างใดอย่างหนึ่ง  ก็ไม่ควรที่จะฝืนนำเขาออกชน  เพราะไก่ก็เหมือนกับคนเมื่อมีอาการไม่สบายร่างกายก็จะอ่อนเพลีย  กำลังลดลง     ถ้าหากฝืนนำเขาออกชนก็อาจจะทำให้เขาสู้ไม่ไหวแล้วแพ้ได้  หรืออาจจะโดนคู่ต่อสู้อัดมาเจ็บหนักได้  ฉะนั้นคนเลี้ยงไก่ต้องประเมินไก่ตนเองให้ดี  ไม่ไหวอย่าฝืนเขามีแต่จะทำให้เสียกับเสียได้    แต่ถ้าหากอยากมั่นใจก็สามารถลองเตะนิดๆหน่อยๆได้  แต่ต้องไม่เกินหนึ่งนาทีเพราะถ้านานเกินไปหากเขาพลาดโดนคู่ซ้อมเตะเข้ากล้ามเนื้อ  อาจจะทำให้เกิดกล้ามเนื้อเกรงหรืออักเสบขึ้นมาได้  และให้ระวังระหว่างการเดินทางไว้ด้วย  อยู่บ้านไก่อาจจะไม่เป็นไรแต่ถ้าระหว่างเดินทางไปไก่เจอแอร์เข้าแล้วปรับตัวไม่ทัน  ไก่อาจจะเกิดคอดังได้

ไก่ไม่เคยเลี้ยงออกชน หลังถ่ายนำมาเลี้ยงชนได้ไหม

    ไก่ชนไม่เคยถูกเลี้ยงออกชนมาตั้งแต่ตอนเป็นหนุ่มแล้วพอเขาหลุดถ่ายแล้วอยากนำมาเลี้ยงออกชนก็สามารถทำได้  แต่การเลี้ยงไก่ถ่ายถึงแม้จะเป็นการเลี้ยงออกชนครั้งแรกเหมือนไก่หนุ่ม  แต่การเลี้ยงจะเลี้ยงเหมือนไก่หนุ่มไม่ได้  การเลี้ยงไก่ถ่ายที่ไม่เคยออกชนก็ต้องเลี้ยงเหมือนกับไก่ถ่ายที่เคยออกชนมาแล้ว  และระยะเวลาในการเลี้ยงนั้นก็จะนานกว่าการเลี้ยงไก่หนุ่มด้วย     ไก่ชนหนุ่มๆจะใช้เวลาในการเลี้ยงออกชนประมาณหนึ่งเดือนหรือหนึ่งเดือนครี่งก็สามารถออกชนได้แล้วและส่วนมากก็จะชนกับไก่หนุ่มด้วยกัน  แต่การเลี้ยงไก่ถ่ายถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยชนมาก่อนแต่เขาเป็นไก่ที่ถ่ายแล้วก็ต้องไปชนกับไก่ถ่ายด้วยกัน  ซึ่งระยะเวลาในการเลี้ยงนั้นก็อาจจะเป็นสองเดือนถึงสองเดือนครึ่งก็ได้  เพราะไก่ถ่ายที่ไม่เคยออกชนมาก่อนจะต้องสร้างกล้ามเนื้อให้เขาก่อน      โดยในเดือนแรกเป็นการสร้างกล้ามเนื้อเริ่มจากเช็ดน้ำกราดแดด  3 – 4  วันแรกและปล่อยให้เขาวิ่งในลู่แบบยาวๆและมีคอนกระโดด  หากอยากให้เขาว่ายน้ำก็สามารถทำได้แต่ไม่ต้องบ่อยและระวังน้ำเข้าจมูกเขาด้วย  มีเล้าถ่วงให้เขาได้วิ่งอาจจะปล่อยวิ่งทั้งวันหรือวิ่งในช่วงเย็นก่อนกินข้าวก็ได้    หลังจากครบหนึ่งเดือนเริ่มเข้าสัปดาห์ที่ห้าก็ให้เริ่มนวม  ไก่ที่ยังไม่เคยนวมมาก่อนให้ใช้คู่นวมเป็นไก่พม่า  ไม่ว่าไก่ถ่ายที่เลี้ยงนั้นจะเป็นพม่าหรือป่าก๋อยก็ตาม  เพราะถ้านำไก่ก๋อยหรือไก่ไทยมาเป็นคู่ซ้อม  เขาจะเป็นคู่ซ้อมที่แข็งแกร่งเกินไปมีชันเชิงที่ดีกว่า  เมื่อไก่ถ่ายที่ไม่เคยเจอคู่ที่แข็งจะทำให้เขากลัวไม่กล้าขึ้น      จะมุดปีกมุดท้องอย่างเดียว  คู่ซ้อมควรเป็นพม่าม้าล่อหรือพม่าวิ่งถอดถอยก็ได้  พันปากนวมประมาณ 3 นวม  นวมหนึ่งยกพักสี่วัน  จากนั้นค่อยเปิดปากปล้ำโดยให้พันผ้ายีนส์ล็อคก้อยล็อคตอดี  อย่าพึ่งให้เขาเจ็บเพราะเขาไม่เคยเดี๋ยวจะฟื้นตัวยาก     หลังจากปล้ำมาก็นวดกระเบื้องกินยาสมุนไพรบำรุงก็พอ  หลังจากที่นวมกับไก่พม่าได้สามนวมก็ให้เริ่มเปลี่ยนคู่นวมเป็นไก่ไทยหรือไก่สายพันธุ์เดียวกันได้เลย  แรกๆก็อาจจะพันผ้าหนาๆหน่อย  หลังจากจากซ้อมปล้ำ 3 – 4  นวมถ้าเขาไม่มีอาการเหงาซึมก็สามารถเลี้ยงออกชนได้เลย    อาหารไก่ถ่ายไม่ต้องบำรุงมากไม่ต้องให้เขามีน้ำหนักเหมือนไก่หนุ่ม  แต่ควรที่จะให้เบากว่าไก่หนุ่ม  อาหารก็เน้นข้าวเปลือก  หญ้า  กล้วย  ก็เพียงพอแล้ว

จะเห็นผลดีที่สุด ยาโด๊ปไก่จะต้องกินก่อนลงสนามกี่นาที

วันนี้ก็มีเรื่องดีๆมีสาระดีๆมาฝาก การเลี้ยงไก่ชนทุกวันนี้ต้องบอกว่า ยาบำรุงอาหารเสริมเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่จะช่วยให้ไก่มีสุขภาพที่ดี ร่างกายสมบูรณ์เสริมสร้างสิ่งต่างๆในตัวไก่ที่ยังไม่พร้อม ให้กับมาสมบูรณ์พร้อมที่จะต่อสู้อยู่เสมอ ไม่ใช่ว่าจะกินแต่ยาอย่างเดียวก็ไม่ใช่ ต้องออกกำลังกายไก่ด้วยควบคู่กันไป เรื่องราวที่ควรรู้อีกอย่างคือยาที่จะต้องกิน ก่อนลงสนามหรือช่วงพักยกระหว่างชน เวลาในการกิน ไปดูกัน การให้ยาหรือยาโด๊ปกับไก่ชนในช่วงพักยก เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการช่วยไก่ได้กระตุ้นกำลังมีความตื่นตัวอยู่ตลอด การให้ยา ยาทุกตัวมันจะมีเวลาในการออกฤทธิ์ของตัวมัน คล้ายๆยาที่คนกินพอเรากินเข้าไปก็ไม่ใช่จะออกฤทธิ์เลย ก็ต้องรอเวลา 20-30 นาที ในส่วนของยาโด๊ปของไก่ชนเหมือนกัน ก็ต้องรอเวลา 10-15 นาที จะเห็นได้ว่ายาไก่จะออกฤทธิ์เร็วกว่านิดหน่อย ช่วงเวลาที่จะให้ไก่กิน ถ้าเสียงประกาศจากสนาม ว่าไก่เราเหลือเวลาอีก 20 นาทีเข้าสนามจะเริ่มอันแรก ให้เราเช็ดน้ำไก่เตรียมความพร้อมต่างๆไปก่อน พอเหลือเวลา 10-15 นาที แล้วก็ให้ไก่กินยาโด๊ปได้ บางเจ้าเขาจะมียาลดหอบมาให้  แล้ววันนั้นอาการมันร้อนมาก เราก็ต้องให้กินยาลดหอบผสมกันไปด้วย ช่วยให้ไก่บรรเทาอาการหอบได้ แต่ไม่ได้ช่วยให้หายทันทีเลย อาจจะช่วยได้นิดหน่อยก็ยังดีกว่าที่ไม่ใช้เลย มันจะทำใจไก่หายใจโล่งขึ้น ให้กินตั้งแต่อันแรกเลย พอจบไปแล้วหนึ่งอันพักยก เริ่มจากเราจับไก่ออกมา 5 นาทีแรกเราต้องทำให้ไก่หยุดหอบก่อน เช็ด ปั่นคอ เอาน้ำให้กิน ส่วนน้ำที่เข้าตัวไก่ไม่ต้องเข้าให้มันเปียกมาก เอาผ้าชุบน้ำแล้วบิดผ้าเอาน้ำออกให้ผ้าพอหมาดๆ ลูบสไลด์ตามตัว ตามคอ ตามขา […]

ไก่ชนเป็นกลากหลังซ้อมแก้ไขอย่างไรให้ตรงจุด

   หลายๆท่านอาจจะเคยเจอว่าไก่เป็นกลากหลังจากที่นำไปซ้อมไปปล้ำกลับมา  บางท่านอาจจะเคยเป็นประจำจนไม่รู้จะทำอย่างไร  ซ้อมปล้ำกลับมาทีไรก็เป็นทุกที  ปัญหาเหล่านี้มีทางออก  เพราะนอกจากไก่จะติดมาจากตัวอื่นได้แล้ว  ยังสามารถเป็นกลากเองได้ด้วย  เราอยากให้ท่านลองทำตามวิธีของเรากันดู  เชื่อว่าน่าจะตรงจุดและได้ผลแน่นอน    ไก่ชนตัวใดที่เป็นไก่หนุ่มคัดผ่านมาแล้วสิ่งแรกที่เขาจะต้องมีเป็นของส่วนตัวของเขาเลย  คือ  ผ้าเช็ดน้ำ  ต้องแยกใช้ของใครของมันไม่ใช้ร่วมกัน  เพราะผ้าเช็ดน้ำเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำเชื้อจากตัวหนึ่งไปสู่อีกตัวและอีกหลายๆตัวได้     รวมไปถึงถังใส่น้ำด้วยถ้าแยกได้ก็แยกแต่ถ้าแยกไม่ได้ก็ต้องล้างเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกครั้ง  และอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ  คือ  ขนไก่  ขนไก่สำหรับไว้ปั่นคอก็ต้องมีใช้ส่วนตัวของใครของมันห้ามใช้รวมกัน  ถึงแม้จะไม่เป็นกลากในคอแต่ก็สามารถติดเชื้ออย่างอื่นได้     นอกจากที่กลากจะติดมาจากไก่ตัวอื่นแล้ว  ยังสามารถเกิดขึ้นได้เองอีกด้วย  ซึ่งสาเหตุของการเกิดกลากก็คือ  ความชื้น  จะต้องดูว่าเราพลาดในจุดไหนไปทำไมถึงมีความซื้นจนทำให้เกิดเป็นกลากได้  เช่น  หลังจากที่นำไก่ไปซ้อมไปปล้ำมาแล้วเขามีเลือดอาบบริเวณหน้าแล้วเราเช็ดคราบเลือด  คราบน้ำเหลืองออกไม่หมด     น้ำที่ใช้จุ่มผ้าเช็ดแผลถ้ามีเลือดปนเยอะก็ต้องเปลี่ยนน้ำใหม่ด้วย  เพราะถ้าเราเช็ดคราบเหล่านี้ออกไม่หมดหรือเช็ดไม่สะอาดก็จะเป็นสาเหตุให้เกิดเป็นกลากได้  หลังจากที่ใช้ผ้าเช็ดสะอาดแล้วก็อาจจะใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดอีกรอบก็ได้  หลังจากนั้นก็ใช้ยาเบตาดีนครีมซึ่งจะต่างจากชนิดน้ำที่เป็นเนื้อเจล  ทาลงไปตามแผลและรอบๆ     และบางทีหลังจากที่ซ้อมที่ปล้ำมาตามตัวตามขนเขายังมีความซื้นอยู่  ก็ต้องนำเขาไปตากแดดให้แห้งอย่าพึ่งนำไปขังสุ่ม  ถ้าปล่อยให้เขาตัวชื้นบ่อยๆสะสมเข้าก็อาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดกลากได้  บางทีขึ้นตามตัวแล้วมองไม่เห็นแล้วลุกลามไปยังส่วนต่างตามตัวได้      ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไก่เป็นกลากต้องอย่าปล่อยให้เขาตัวซื้อแล้วค่อยแห้งเองบ่อยๆ  จะต้องนำเขาไปตากแดดผึ่งลมจนขนแห้งก่อนค่อยเก็บเข้าที่  และต้องหมั่นเปิดดูตามใต้ขนใต้ปีกของเขาด้วย  ถ้าหากว่าเป็นกลากขึ้นมาจะได้รักษาได้เร็วไม่ลุกลามไปติดที่อื่น

มีคำตอบ ไก่ชนมีอาการหอบเร็ว และจะแก้ไขรักษาแบบไหน ต้องดู

การเลี้ยงไก่ชนถือได้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ที่เวลานำไก่ออกชนจะประสบความสำเร็จมีชัยชนะเหนือคู่แข่งขัน ไก่ตัวนั้นจะต้องมีความเก่งและได้รับการฝึกมาอย่างดี จึงจะมีแข็งแรงอดทนมีกำลังดีเยี่ยม ที่จะต่อสู้เอากำลังมาใช้ ได้อย่างคุ้มค่าไม่เหนื่อยง่าย สามารถจัดการคู่ต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ยังมีแรงเหลือๆ แน่นอนว่าวันนี้สิ่งที่เอามาฝากกัน ไก่หอบเกิดจากอะไรแก้ไขอย่างไร มาดูกัน ต้องบอกก่อนว่าไก่หอบเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตัวไก่เองก็มีส่วนที่จะทำให้หอบได้ ถึงแม้สายพันธุ์ที่เกิดจะดีแค่ไหน บางตัวกระดูดเขาอาจจะบางมาก กล้ามเนื้อเขาอาจจะไม่แข็งแรง ในส่วนของปอดอาจเล็ก หลายๆตัวก็อาจจะเป็นแบบนี้ และไก่หอบเร็วถ้าไม่เป็นเกี่ยวกับสภาพร่างกาย แบบนี้ไม่น่าเล่น อาจจะเกิดจากอาการป่วยของเขา อาจจะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เชื้ออาจจะเกาะที่ปอดก็ได้ เลยทำให้การทำงานของปอดเขาเริ่มมีปัญหา พอมีปัญหามันก็เลยส่งผลมา เวลาเราเช็คไก่ดูจะหอบเร็วหอบง่าย สาเหตุนี้ถ้าพอรักษาหายแบบนี้น่าเล่น เราจะตัดสินใจได้ไงว่าน่าเล่นหรือไม่น่าเล่น เราจะดูที่กระดูดโครงสร้างเป็นอันดับแรก เพราะไก่ที่เราคัดมาเป็นไก่โครงสร้างดีๆทั้งนั้น ไม่ใช่เราจับมั่วมาเห็นเหล่ากอดี แต่ลืมดูโครงสร้างก็ไม่ได้ร่างกายก็ไม่ดี ดั้งนี้วิธีที่จะทำให้ไก่มันหายหอบที่ดี คือการที่เราฝึกให้กับเขา ค่อยๆพาไก่ออกกำลังกายไปเรื่อยๆ จากน้อยไปมากตามที่เห็นพอสมควร ตัวไก่เรานั้นก็จะปรับเปลี่ยนร่างกายให้แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ กับอีกอย่างเป็นการฝึกหลังชนซ้อม อย่าพึ่งเอาน้ำเข้าตัวปลายให้เขาฝึกทนกับการหอบก่อน ปั่นคอ เช็ดหน้าเช็ดตานิดหน่อย แล้วไม่ต้องทำไรให้ไก่ยืนอยู่นิ่งๆ แล้วเขาจะหายหอบเอง การที่หอบแล้วเอาน้ำเข้าเลยแทบจะไม่ได้ฝึกการหอบเลย ถึงแม้เราจะมียาแก้หอบให้กินแต่ว่ามันก็ช่วยได้นิดหน่อย ที่สำคัญเราต้องฝึกการหอบให้อยู่กับมันให้ได้ แน่นอนว่าถ้ามีการฝึกไก่ก็จะดีขึ้นเรื่อยๆต่อไป เรื่องกำลังการฝึกซ้อมเป็นสิ่งสำคัญมากๆของไก่ชน จะช่วยให้เขามีความอดทนต่อสถานการณ์ต่างได้ดี และโอกาสที่จะเก็บชัยชนะค่อนข้างสูงอีกด้วย