Category Archives: คนรักไก่ชน

ไก่มีอาการขาอ่อนรักษาได้ไหม อย่างไร แล้วจะนำมาเล่นได้ไหม

   ไก่ที่มีอาการขาอ่อนตั้งแต่อายุสองสามเดือนมา  อาการคือเดินๆอยู่ก็ล้มลงไปนอน  บางทีกระดูกโผล่ขึ้นมาตามสันหลังก็มี  สาเหตุที่ทำให้ไก่เกิดอาการขาอ่อนนั้นก็อาจจะเกิดจาก  การที่เราให้เขากินอาหารสำเร็จรูปมากเกินไป  เพราะว่าในอาหารสำเร็จรูปอย่างเช่น  อาหารหมูเหล่านี้จะมีโปรตีนที่สูง  ไขมันก็สูง  แต่แคลเซียมต่ำ     เมื่อไก่กินอาหารพวกนี้เข้าไปเยอะๆเขาอาจจะโตไวจริง  กล้ามเนื้อกระดูกโตจริงแต่เขาจะไม่แข็งแรง  อะไรก็ตามที่มันไวมันเร็วเกินไปไม่เป็นไปตามธรรมชาติความแข็งแรงมันก็จะไม่มี  ไก่เขาโตเร็วแต่ความแข็งแรงของกระดูกเขาจะไม่มี  จะมีความแตกต่างกันกับไก่ที่ค่อยๆโตแบบตามธรรมชาติ      ไก่ที่หากินตามธรรมชาติค่อยๆโตตามธรรมชาติได้เขี่ยดินได้กินหญ้า  ได้เดินออกกำลังในที่กว้างๆไม่ได้ถูกขังไว้ในที่แคบๆกินอาหารเฉพาะที่เราเอามาให้  ไก่พวกนี้จะมีความแข็งแรงมาก  ต่างกับไก่เราขังไว้ให้กินอาหารสำเร็จเป็นประจำจะตัวโตแต่ไม่แข็งแรงและจะเจอปัญหาขาอ่อนอย่างแน่นอน    ดังนั้นจึงเป้นสาเหตุทำให้ไก่เกิดอาการขาอ่อนได้  เพราะเขาได้กินอาหารที่มีโปรตีนมากเกินไปแล้วพลังงานที่มีอยู่ก็ไม่ได้นำออกไปใช้  แล้วสะสมๆไว้กล้ามเนื้อมันก็ขยายแล้วขยายเร็วเกินไป  บางทีกล้ามเนื้อไปแต่กระดูกยังไม่ได้ขยาย     จึงทำให้เกิดโรคหรืออาการกระดูกขาอ่อน  แล้วเมื่อไก่เราเป็นโรคขาอ่อนวิธีการรักษาคือ  อย่างแรกก็ให้กินแคลเซียมเสริม  ให้เขาได้กินอาหารที่มีวิตามิน เช่น  ผักหรือผลไม้  และปล่อยให้เขาได้เดินในที่กว้างๆ ได้เขี่ยดินได้กินหญ้า  ลดอหารสำเร็จรูปลงและเสริมพวกข้าวลงไป  ซึ่งอาจจะช่วยให้ไก่เรานั้นมีอาการดีขึ้นมาบ้าง     แต่เมื่อเขาโตขึ้นมาเป็นหนุ่มส่วนมากแล้วนั้นจะใช้งานไม่ค่อยได้  ถึงแม้ว่าเขาจะเลิกขาอ่อนแล้วแต่กล้ามเนื้อขาหรือกระดูกของเขามันไม่สามารถพัฒนาขึ้นให้แข็งแรงได้  เหมือนกับไก่หนุ่มตัวอื่นๆที่แข็งแรงมาตั้งแต่เล็ก  เพราะความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อของเขานั้นมันต่างกัน      เชื่อว่าหลายๆท่านคงจะประสบปัญหานี้กัน  เช่น  บางท่านไปซื้อลูกไก่สายดังราคาสูงๆมาก็นำมาเลี้ยงอย่างดีแล้วลูกไก่เป็นโรคขาอ่อน  เพราะว่าเราเลี้ยงเขาดีเกินไป  ให้กินอาหารดีเกินไป  อยู่ในกรงดีๆ  กินแล้วก็นอนอย่างเดียวไก่ก็จะเป็นขาอ่อนพอโตขึ้นมาก็ใช้ไม่ได้  ซึ่งถ้าเจอไก่ที่เป็นขาอ่อนก็ควรที่จะคัดทิ้ง  ไม่ใช่ว่าเป็นการไม่ให้โอกาสมัน  แต่บางทีเราไปดูแลบำรุงมันมากเกินไปมันก็จะทำให้เราเสียเวลาเปล่าเพราะในที่สุดก็ใช้งานไม่ได้อยู่ดี  เราต้องตัดใจทิ้งมันไป

สั่งไก่กล่องจากต่างจังหวัดเมื่อไก่มาถึงนำไปปล้ำเลยได้ไหม

   ไก่ที่เรานำเข้ามาในซุ้มเราใหม่ๆไม่ว่าจะจะเป็นการไปซื้อด้วยตนเองหรือสั่งเป็นไก่กล่องเข้ามา  ที่มาจากต่างจังหวัดที่มีระยะทางที่ไกลเมื่อไก่มาถึงที่ฟาร์มที่ซุ้มของเรา  ไม่ควรที่จะนำเขามาลองซ้อมลองปล้ำเลย  จะต้องให้ไก่ได้พักก่อนประมาณ 10 – 15  วัน  หรืออย่างน้อยๆก็ควรจะให้เขาพักสักหนึ่งสัปดาห์     เพราะไก่ที่เดินทางมาไกลๆนั้นเขาจะมีความเครียดด้วยต้องอยู่ในกล่องที่แคบๆ  อยู่ในที่มืดๆ  อากาศก็ถ่ายเทไม่สะดวกมีความอึดอัด  ยืนเซซ้ายเซขวามามีความเมื่อยล้าแล้วพอมาถึงก็เป็นสถานที่แปลกตาไม่คุ้นเคยเกิดความกังวลอีก      เมื่อไก่มาถึงเราต้องใจเย็นอย่าพึ่งอยากที่จะเห็นลีลาของเขาอย่าพึ่งนำเขาไปเตะ  ถ้าหากว่าเราใจร้อนรีบนำเขาไปเตะเลยเมื่อมาถึงเขาอาจจะเกิดอาการเจ็บป่วยได้  บางทีป่วยอาจจะป่วยหนักไปเลย  หรือเขาอาจจะผิดฟอร์มไปเลย  ก็มีหลายอย่าง    แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นกันทุกตัวเสมอไป  บางตัวสุขภาพแข็งแรงมาถึงตอนเย็นเมื่อวานเช้านี้ลองเตะดูก็ไม่เป็นไรก็มี  แต่ส่วนมากนั้นถ้าไก่ไม่ได้พักหลังจากเครียดจากการเดินทางมาจะเจ็บป่วย  เช่น  เกิดกระเพาะไม่ย่อย  ถ่ายไม่ออกเป็นขี้ต๊อก  แบบนี้จะเจอกันบ่อยดังนั้นเราควรที่จะพักเขา     ในการพักนั้นก็ให้พักกันจริงไม่ต้องทำอะไรเขาเลย  ไม่ต้องเช็ดน้ำ  ไม่ต้องออกกำลังกาย  ให้ดูแค่ว่าเขากินข้าวดีไหม  ระบบการย่อยดีรึเปล่าดูกันวันต่อวัน  และดูทุกวันเป็น 10 – 15 วันเลย  เมื่อเราดูทุกวันว่าเขาปกติทุกวันอยากจะลองเตะก็เตะได้  เพราะเราดูแล้วว่าเขาสามารถปรับตัวได้แล้ว      บางท่านอาจจะบอกว่าไม่เห็นจำเป็นต้องพักเคยซื้อมาแล้วนำมาเตะเลยก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร  ซึ่งก็ต้องบอกว่านั่นมันถือเป็นความโชคดีของทุกท่าน  แต่ถ้าหากว่าได้ไก่มาแล้วนำมาเตะเลย  แล้วไก่เกิดการเจ็บป่วยเราก็อย่าไปโทษว่าทางฟาร์มส่งไก่อะไรมาให้  ทำไมนำมาเตะแล้วป่วยง่าย  ผิดฟอร์ม  หรืออะไรต่างๆ     เราต้องโทษตัวเองที่ใจร้อนด้วย  ยิ่งเขาเดินทางมาไกลเท่าไหร่ก็ต้องให้เขาได้พักเยอะๆ  อยากให้ใจเย็นๆรอจนกว่าร่างกายและจิตใจของเขาจะพร้อม  ให้เขาได้ปรับตัวให้คุ้นชินกับสถานที่ใหม่ก่อน  […]

สอนมือใหม่กับเทคนิคเล็กๆน้อยๆในการกราดน้ำ เช็ดน้ำไก่

   สำหรับมือใหม่ที่พึ่งเข้ามาในวงการเลี้ยงไก่ก็คงจะยังไม่มีความเชี่ยงชาญมากในเรื่องของการกราดน้ำไก่  หรือเช็ดน้ำไก่  ทำให้เวลาเช็ดน้ำไก่ทีพื้นที่โดยรอบนั้นเปียกไปหมด  รวมไปถึงคนเปียกกว่าไก่ด้วย  ซึ่งก็ถือเป็นเรื่อใหญ่สำหรับมือใหม่ทั้งหลาย  มาดูสาเหตุกันว่าเกิดจากอะไรและสามารถแก้ไขอย่างไรได้บ้าง    1.คนกับไก่ยังไม่สัมพันธ์กัน  คือ  เวลาเรานั่งเก้าอี้ที่เรานั่งจะต้องพอดี  เมื่อเราจับไก่เข้าหว่างขาระหว่างเช็ดขาไก่จะต้องไม่ลอยเขาต้องยืนแบบสบายด้วยสองเท้า  ให้อกของเขาพอดีหนุนกับต้นขาเรา  และให้เรานั่งได้สบายและถนัดด้วย    2.ไก่เช็ดน้ำยาก  คือ  ทำให้ขนเปียกยาก  วิธีแก้คือให้เราผสมแชมพูสระผมนิดหน่อยของคนลงไปในน้ำที่ใช้เช็ดด้วย  มันจะช่วยให้ขนไก่ซึมซับน้ำได้ดีขึ้นอีกทั้งเป็นการไล่พวกไรต่างๆตามขนเขาออกได้ด้วย  ให้ขนมีความเงางาม  แต่ที่สำคัญห้ามให้ขนปีกเขาเปียกเพื่อไม่ให้ขนปีกแตกซึ่งป้องกันได้โดยนำถุงพลาสติกขนาดพอดีปีกมาครอบไว้    3.ไก่มีความเปรียว  คือ ไก่ที่เราจำมาใหม่ๆยังไม่มีความคุ้นชินกับเรา  ยังมีความตื่นกลัวอยู่  คนก็เป็นมือใหม่ยังไม่ถนัดไก่ก็เปรียวจึงทำให้การเช็ดน้ำเป็นไปอย่างทุลักทุเล เลอะเทอะกันไปหมด  วิธีแก้ก็ให้เราจับเขามาเล่นบ่อยๆนำมาเช็ดน้ำเบาๆตามหน้าตามตัว  เพื่อให้เขาคุ้นกับมือเราและไม่คิดว่าเราเป็นภัยกับเขา  เพราะสัญชาตญาณของไก่เขาก็ต้องกลัวอยู่แล้ว    4.ผ้าเช็ดน้ำไก่  คือ  บางคนยังพันผ้าเช็ดน้ำไม่เป็น  ผ้าเช็ดน้ำไก่ผืนไม่ต้องใหญ่มากก็แต่แล้วแต่คนถนัด  บางคนจับผ้าขยุ้มแล้วจุ่มน้ำเลยทำให้น้ำที่อยู่ตามชายผ้ากระเด็นโดนตัวคนเช็ดเปียกก่อน  ผ้าที่เช็ดไก่เราต้องพันเป็นก้อนเรียวให้จับถนัดเก็บปลายให้หมดให้แน่นเพื่อไม่ให้หลุดระหว่างที่เช็ดอยู่  ในการจุ่มผ้าในน้ำไม่จำเป็นต้องจุ่มลงไปทั้งผืนก็ได้ให้จุ่มเพียงปลายผ้าฝั่งเดียวก็ได้  จะได้ไม่เปียกโชกเกินไป    หรือถ้าใครที่ไม่ว่าจะทำยังไงวิธีไหนก็เปียกอยู่ดีก็แนะนำว่าให้ใส่ชุดกราดน้ำไก่ไปเลยดีกว่า  เป็นการป้องกันร่ายกายของเราด้วย  ก็มีหลายค่ายหลายยี่ห้อที่เขาทำขายกันสามารถหาซื้อตามอินเตอร์เน็ตได้  ถ้าไม่ไหวจริงๆทำอย่างไรก็เปียกก็หาชุดมาใส่ป้องกันไปเลย

ไก่จากคอกเดียวกัน แต่เลี้ยงมาต่างกันโตมาจะเหมือนกันหรือไม่

    การเลี้ยงไก่ของแต่ละคนนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป  บางคนบอกว่าขอแค่ให้สายเลือดดี  เหล่ากอดี  โตมาก็จะเก่งหมด ดีหมด  ใช้ได้หมด  แต่ความจริงแล้วการที่มีสายเลือดดีเหล่ากอดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง  แต่ที่สำคัญตามมาก็คือวิธีการเลี้ยงของแต่ละคน       สมมติว่ามีคนสองคนซื้อไก่มาจากฟาร์มดังที่เดียวกัน  คอกเดียวกัน  คู่หนึ่งอาจจะราคาค่อนข้างสูงเป็นสายเลือดดัง   คนที่หนึ่งซื้อมาแล้วเลี้ยงแบบอิงธรรมชาติ  อาหารช่วงแรกก็ให้ตามเกณฑ์อายุเป็นอาหารไก่เล็กผสมกับอาหารไก่รุ่นแล้วก็ค่อยๆเพิ่มข้าวสารเข้าไป  และเสริมด้วยผักหรือหญ้า  และพอโตขึ้นมาหน่อยก็เริ่มปล่อยเข้าฝูงในสนามหญ้า      ในเล้าใหญ่คอกรวมเขาก็จะอยู่ตามธรรมชาติ  อาหารก็มีการปรับเปลี่ยนลดปริมาณอาหารเม็ดลง  เพื่มปริมาณข้าวเปลือกมากขึ้นตามอายุ  เขาก็จะได้เขี่ยดินกินหญ้ากินน้ำค้างตอนเช้า  ตกค่ำมาก็ได้นอนคอนตามธรรมชาติโดนอากาศที่เปลี่ยนตามธรรมชาติโดนยุงกัดเขาก็จะมีภูมิต้านทาน  มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ     เขาก็จะโตขึ้นมาแข็งแรงแข็งแกร่ง  กล้ามเนื้อก็จะเป็นกล้ามเนื้อมัดที่มีคุณภาพไม่ใช่กล้ามเนื้อที่มีโปรตีนสูง  หรือไขมันในตัวสูงเกินไปทำให้เกิดอกแข็ง  ส่วนคนที่สองนำไก่มาเลี้ยงในที่แคบๆหรือเลี้ยงครอบสุ่มตั้งแต่เล็กจนโต     อาหารก็ให้อาหารเม็ดเป็นส่วนมากหรืออาจจะเป็นอาหารหมูทำให้ไก่อ้วนท้วนสมบูรณ์แต่เป็นการอ้วนจากหัวอาหาร  โปรตีนสูงไขมันสูงทำให้อกเขาแดงแต่เนื้อย้วยเหมือนไก่พันธุ์เนื้อ  การเลี้ยงแบบนี้ถ้านำไปชั่งกิโลขายหรือเอาไปทำอหารจะดีมาก  เพราะเนื้อจะเยอะโปรตีนเยอะไขมันแทรก     แต่มันจะมีผลเสียเมื่อนำมาใช้งานในสนามส่วนมากจะใช้แทบไม่ได้เลย  ฉะนั้นการเลี้ยงดูแบบธรรมชาติปล่อยให้เขาได้อยู่แบบธรรมชาติ  ไม่ได้โตโดยการให้อาหารอย่างเดียวและเลี้ยงในพื้นที่จำกัดจะดีกว่า  ถึงแม้ว่าไก่นั้นจะเป็นเหล่ากอเดียวกัน  เป็นลูกในคอกเดียวกันก็ตามแต่ถ้าเลี้ยงมาแบบผิดวิธีผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างกัน       ดังนั้นพี่น้องทุกท่านที่อยากจะเลี้ยงเพาะพัฒนาไก่ชนกัน  ซื้อลูกเพาะสายพันธุ์ดังๆมาต้องเลี้ยงกันให้ถูกวิธี  ถ้าเราเลี้ยงไม่ถูกวิธีแน่นอนว่าผลเสียมันมีตามมาอย่างแน่นอน  ในการครอบสุ่มก็ควรที่จะเริ่มครอบเขาตอนหกเดือนขึ้นไป  ถ้าใครมีพื้นที่น้อยมีพื้นที่ที่จำกัดก็พยายามลดเรื่องของอาหาร  ให้ข้าวเปลือกเป็นอาหารส่วนมาก  และสิ่งที่สำคัญคือหญ้าถ้าเราไม่มีพื้นที่หญ้าให้เขาเดินก็ให้สับหญ้าให้เขากิน  เป็นการเสริมวิตามินให้กับเขาช่วยให้ระบบขับถ่ายของเขาดีขึ้นด้วย

แต่งเดือยไก่แบบไหนจากผิดรูปให้กลับมาใช้งานได้

   เดือยไก่ชนนั้นมีอยู่หลายลักษณะส่วนมากแล้วเดือยไก่นั้นจะตรง  แล้วถ้าหากว่าเดือยไก่ของเรานั้นมีรูปร่างที่ผิดรูป  ผิดทรง  การใช้งานมันใช้ไม่ได้เราก็ต้องทำการตัดแต่ง  แล้วเราจะตัดแต่งอย่างไรให้เดือยไก่ของเรานั้นสามารถกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม  เรามาเรียนรู้กัน    เดือยไก่ชนที่ยาวและโค้งงอส่วนมากจะเป็นกับไก่ถ่ายไม่เจอในไก่หนุ่ม  บางคนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรก็ตัดให้มันสั้นเพื่อว่ามันจะงอกออกมาใหม่และตรง  แต่ที่จริงแล้วถ้าองศามันไปยังไงตัดทิ้งแล้วงอกมาใหม่ก็จะยังคงงอเหมือนเดิม   ในการแก้ไขให้เดือยที่งอนั้นนำกลับไปใช้งานได้คือให้ตัดปลายเดือยออก     ให้เหลือส่วนเดือยที่ตรงจะสั้นหรือยาวไม่สำคัญ  ถ้าไก่มันตรงมันใช้เดือยอยู่แล้ว  ให้ตัดตรงจุดที่โค้งทำมุม 45 องศา  เป็นปากฉลาม  ในการตัดให้ใช้เลื่อยฉลุหรือเลื่อยตัดเหล็กใบเล็กเพื่อไม่ให้สะเทือนถึงโคนเดือย  โดยเดือยไก่ที่ผิดรูปที่เราต้องแก้ไขตัดแต่งให้กลับมาใช้ได้มีอยู่  4  แบบ  คือ เดือยไก่ที่มีปลายเดือยโค้งขึ้นด้านบน บางตัวโค้งงอเข้ามาจนติดแข้ง  การตัดปลายเดือยที่โค้งงอขึ้นให้เราตัดเดือยจุดที่โค้ง  และให้ตัดเป็นปากฉลามปลายเฉียง 45 องศาแผลอยู่ด้านบนให้เดือยตรง   และเหลาให้ปลายเดือยแหลม เดือยไก่ที่มีปลายงองุ้มลงด้านล่าง ก็จะคล้ายกับแบบที่หนึ่ง คือ ให้ตัดตรงจุดที่โค้งรูปปากฉลามเฉียง  45  องศาเหมือนกันให้แผลอยู่ด้านล่างและเหลาปลายให้แหลใช้งานได้ เดือยไก่ที่งอไปด้านหลัง ปลายเดือยงอไปทางนิ้วก้อย  ก็ให้เราตัดปากฉลามเหมือนเดิมตัดตรงส่วนที่โค้งเอาปลายที่งอออกให้เดือยมันตรง  แผลก็จะอยู่ด้านใน  และเหลาปลายบนล่างเราก็จะได้เดือยที่มีลักษณะเหมือนเดิม เดือยไก่ที่โค้งออกมาด้านหน้า เหมือนเดิมก็ให้เราตัดส่วนปลายออกตัดในจุดที่โค้งให้เหลือส่วนที่ตรง  ทำปากฉลามมุม  45  องศา  แผลก็จะอยู่ด้านหน้า  เหลาปลายให้ใช้งานได้    สรุปคือไม่ว่าเดือยไก่ชนของเราจะโค้งไปในทิศทางใดก็ให้เราตัดส่วนที่โค้งงอนั้นออก  จุดที่ตัดก็จะเป็นตรงจุดที่โค้งให้เหลือแค่ส่วนที่ตรง  และการตัดก็ให้ตัดทำมุมประมาณ […]

ไก่เป็นฝีดาษรักษาอย่างไร สามารถติดต่อกันได้ไหม

   ไก่ชนเป็นฝีดาษบางท่านรักษาไม่เป็น  บางท่านไม่รู้ว่าไก่เป็นอะไร  ไก่เป็นฝีดาษสามารถติดต่อกันได้จากไก่สู่ไก่  แต่ไม่ได้ติดจากไก่สู่คน  ไม่ว่าจะจากการกินน้ำด้วยกัน  กินข้าวด้วยกัน  หรือจากการใช้ผ้าผืนเดียวกัน     อาการของไก่เป็นฝีดาษเริ่มต้นก็จะตัวร้อนมากมีไข้  และมีตุ่มขึ้นให้เห็นตามหน้าตามคอ  บางตัวเป็นหนักหน้าเห่อฟูเลยก็มีแล้วเข้าไปในลิ้นในปาก  การรักษาก็ต้องรักษาให้ถูกวิธีมันถึงจะหายขาด    ในช่วงหน้าร้อนหน้าฝนไก่จะเป็นฝีดาษกันเยอะ  ถ้าไก่เป็นฝีดาษแนะนำให้ใช้ซูปเปอร์เอ-100  ฉีดวันละ 1  ซีซี  เข้าที่กล้ามอกติดต่อกันสองวันก็พอ  แล้วตามด้วยยาทีซีมัยซิน  1  เม็ด  หลังจากนั้นถ้าเป็นตุ่มใสๆก็ใช้เข็มหรือไม้จิ้มฟันที่สะอาดสะกิดเปิดปากแผล     แล้วใช้ทิงเจอร์ไอโอดีนจ่มสำลีทาให้ทั่ว  อย่าใช้ยาเบตาดีนที่ทาแผลสดเพราะเป็นแผลมีหนองติดเชื้อ  ถ้าหากว่าเราเห็นเริ่มมีตุ่มขึ้นเล็กน้อยตามใบหน้าก็ให้รีบฉีดเลย    วันรุ่งขึ้นตุ่มแทบจะหายไปเลยแต่อย่าพึ่งชะล่าใจให้ฉีดซ้ำอีกหนึ่งครั้ง  และยากินต้องกินต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3  วัน  แล้วตุ่มนั้นมันจะแห้งหายไปหมดเลย  ไม่ต้องไปแกะหรือสะกิดตุ่มอีกแต่ทายาทุกวันจนกว่าแผลจะแห้ง     แต่ถ้าไก่เป็นเยอะก็ให้ฉีดสัก 3 วันและกินยาต่อเนื่อง 3 – 4 วัน  ทายาทุกวันจนกว่าแผลจะแห้งเช่นกัน  ถ้าไก่ของเรามีตัวใดเป็นฝีดาษในการเลี้ยงให้ทำตัวอื่นๆให้เสร็จทุกอย่างก่อน  แล้วค่อยมาจัดการตัวที่เป็นฝีดาษทีหลังสุด     เพราะถ้าเราจับตัวที่เป็นฝีดาษก่อนเชื้อโรคนั้นจะติดตามมือเราแล้วไปแพร่ในตัวอื่นๆได้ด้วย  ให้แยกตัวที่เป็นออกไปไกลๆฝูงแล้วเริ่มรักษาจากตัวที่มีอาการน้อยไปหาตัวที่มีอาการมาก      แล้วถ้าเราสงสัยว่าไก่ทุกตัวน่าจะติดหมดเพราะมีปัจจัยหลายๆอย่างที่อาจจะทำให้ติด  เช่นใช้ผ้า  ขนไก่อันเดียวกัน  กินข้าวกินน้ำร่วมกัน  หรือเราไปจับตัวที่เป็นก่อนแล้วมาจับตัวอื่นที่ยังไม่เป็น  […]

ไก่เชิงไหนที่มีคนนิยมเลี้ยงนำไปเล่นในสนาม (จากมุมมองส่วนตัว)

    คนเลี้ยงไก่ใครๆก็อยากที่จะได้ไก่ที่เก่งกันทั้งนั้น  อย่างเช่นไก่พม่าบางตัวบางคนก็ไม่เข้าใจเล่น  บางคนก็จะให้เล่นแบบมีทุกอย่างคือ มีไอคิวร้อย มีวิ่งชิ่งเตะขยันแม่นถี่  หัวจิตหัวใจดี  ซึ่งมันเป็นไปได้ยากที่ไก่ตัวเดียวจะมีครบทุกอย่าง      ถ้ามีไอคิวความแม่นจะไม่เต็มร้อย  ไม่มีไก่ตัวไหนที่วิ่งไปโยกไปเตะไปแล้วมันจะเตะเข้าทุกที  นอกจากคู่ต่อสู่จะโง่เชื่องๆช้าๆเดินมาให้เตะมันถึงจะเตะได้มากขึ้น   ส่วนไก่ที่แม่นร้อยจะเป็นไก่โง่ๆมึนๆไก่ที่ปากไวยืนตีเปอร์เซ็นต์ที่จะตีถูกมีเยอะ     ในการที่เราจะมองหาไก่ให้เรามองหากันที่ ไก่แม่น  ไก่มีความขยัน  แม่นตีให้ถูก  ถูกทุกทียิ่งดี  ขยันบ้าตี  แล้วเลือกสายเลือดที่รักเดิมพัน  ส่วนเรื่องลีลาชั้นเชิงมันเป็นองค์ประกอบ  ไก่ตีกันเขาไม่ได้ให้คะแนนเหมือนมวย  มวยลีลาดีฝีมือดีเตะต่อยดีได้คะแนน    แต่ไก่ดูกันที่บทสรุปใครแข้งดีกว่ากัน  ใครที่จะเลี้ยงไก่ออกชนเพื่อใช้ชนได้จริงให้เน้นที่แข้งดี  ถึงแม้จะออกอาวุธช้ากว่าเขาหน่อย  บางตัวโง่ๆแต่แม่นยังไม่มีโอกาสได้ตี  อีกตัวปล่อยลงไปแล้วโยกซ้ายโยกขวาแต่เตะผิดเตะถูกก็ปล่อยให้เขาเตะไป  เราอย่าพึ่งสรุปในสามนาทีห้านาที  ให้รอดูสรุปปลายยกช่วงที่เขาหมดแรงให้แม่นอาวุธดีเอาไปกิน     ไก่ที่ดูโง่ๆแข็งๆแต่พอช่วงสุดท้ายถ้าคู่ต่อสู้แข็งแรงไม่พอ  แม่นไม่พอรับรองว่าเสร็จทุกราย  เพราะไก่แข้งบางทีลงไปเขายังจับจังหวะไม่ถูก  แต่ให้รอดูปลายอันถ้าเจ็ดนาทีไปแล้วตัวแห้งแล้วยังไม่มีอาวุธคู่ต่อสู้เลยไม่สามารถเก็บคู่ต่อสู้ได้  แบบนี้ไม่ต้องเล่น  แต่ถ้าไก่ที่ลีลาไม่ดีแต่เราเคยเห็นฝีมือเขามาก่อนพอถึงปลายอันตีไม่กี่แข้งก็สามารถล้มคู่ต่อสู้ได้    ฝากไว้กับมือใหม่เลือกไก่ไม่จำเป็นต้องไปเลือกที่ลีลาสวยหรู  แต่ถ้าเรามองไก่สไตล์แบบนี้อย่างเดียวเพื่อเป็นเชิงพาณิชย์  ก็อย่าลืมหาตัวเมียที่เป็นสายแม่นร้อยใส่เข้าไปด้วย  อย่าเล่นแค่ไก่ลีลาหลุดลอดแบบนี้ลูกค้าหายหมดจะเสียเวลาเปล่า  เพราะลูกค้าเขาก็ต้องการที่จะนำไปพัฒนาต่อถ้าเขาเล่นไม่ได้ก็จะทำให้เสียเวลา  เขาก็จะไม่สนใจที่จะกลับมาหาเรา  เพราะไก่ที่ชนะไม่ได้ดูกันที่ลีลาอย่างเดียว  ใครที่แข้งดีบ้าตีขยันตัวนั้นคือผู้ชนะ

แนะนำการดูแลและอนุบาลลูกไก่ชนสำหรับมือใหม่ไปปรับใช้กัน

    ในการเพาะลูกไก่ของแต่ละท่านนั้นอาจจะทำไม่เหมือนกัน  บางท่านอาจจะให้แม่ไก่ฟักเองเลี้ยงดูแลเองตามธรรมชาติ  บางท่านก็ใช้ตู้ฟักและนำไปใส่ตู้อนุบาล  บางท่านก็อาจจะให้แม่ไก่ฟักแล้วพอฟักออกมาก็นำไปใส่ตู้อบ  เพราะลูกไก่นั้นเขาจะฟักออกมาไม่พร้อมกัน  ซึ่งถ้าปล่อยไว้กว่าจะฟักหมดทุกฟองตัวที่ฟักมาก่อนอาจจะโดนแม่เหยียบตายไปก่อนก็ได้      ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่น่าใช้เพื่อป้องการสูญเสียลูกไก่ได้  โดยไฟที่ใช้ในการให้ความอบอุ่นกับลูกไก่นั้นควรอยู่ที่ประมาณ 60 วัตต์  หรือใช้กำลังไฟให้พอดีกับขนาดของกรงเพื่อให้เขาได้รับความอบอุ่นที่พอดี  ไม่ร้อนมากเกินไปจะทำให้ส่งผลต่อร่างกายของเขาได้       ในการสังเกตว่าความร้อนในกรงนั้นพอดีหรือไม่ให้ดูเวลาที่ลูกไก่นอน  หากว่าลูกไก่นอนกระจุกตัวกันใต้หลอดไฟแบบนี้แสดงว่าความร้อนนั้นยังไม่เพียงพอ  แต่ถ้าลูกไก่นอนกระจัดกระจายกันและยังมีอาการหอบด้วย  แบบนี้แสดงว่าความร้อนนั้นเยอะเกินไป  ถ้าความร้อนที่พอดีลูกไก่เขาก็จะนอนแบบสบายไม่เกาะกลุ่มกัน  ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ  และหลายๆท่านก็อาจจะสงสัยกันว่าแล้วถ้าเรานำลูกไก่มาอนุบาลเองแแบนี้    แล้วเขาจะกินน้ำกินอาหารเป็นไหมเพราะไม่มีแม่ของเขามาทำเป็นตัวอย่างให้เห็น  โดยธรรมชาติของไก่นั้นเขาเป็นสัตว์ที่จิกนู่นนี้อยู่แล้วเขาไม่จำเป็นต้องมีแม่ดูแลก็ได้  ซึ่งในระหว่างที่ให้ความอบอุ่นเขาในกรงก็ให้เรานำถาดหรือภาชนะที่ต่ำกว่าตัวลูกไก่  ใส่อาหารวางไว้ให้เขาได้เลย  สันชาตญาณของเขาเขาจะจิกกินเอง     จะจิกกินอาหารเป็นก่อนที่จะกินน้ำเป็น  อาหารก็ให้เป็นอาหารสำหรับไก่แรกเกิดที่เป็นเม็ดเล็กๆเกือบเป็นผง  และก็มีที่ใส่น้ำที่ต่ำกว่าตัวไก่วางไว้ให้เขาด้วย  และน้ำที่ให้เขานั้นก็ควรที่จะผสมยาพวก ไบโอ 12  ด้วยละลายแบบจางๆเพื่อเป็นยาบำรุงป้องกันหวัด  และยาละลายตัวนี้ก็สามารถละลายให้เขากินตอนหลังจากที่ทำวัคซีนและช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนได้ด้วย    สำหรับการให้อาหารของลูกไก่ก็ให้เราเติมอาหารให้เขาทั้งวันเลย  ไม่ต้องให้เป็นเวลาเหมือนไก่โตเพราะช่วงนี้เขายังต้องการสารอาหารที่เยอะเพื่อนำไปเลี้ยงร่างกายของเขา  ให้เขาสามารถจิกกินได้ตลอดเวลาที่เขาหิว  ให้เขากินอาหารละเอียดหรือเม็ดเล็กจนอายุสองเดือน  ครบสองเดือนแล้วก็ให้เริ่มผสมสูตรอื่นที่มีเม็ดที่ใหญ่ขึ้น

ไก่แพ้ไก่ นำมาทำพ่อพันธุ์ดีไหม แพ้แบบไหนใช้ได้แบบไหนใช้ไม่ได้

   มือใหม่หลายๆท่านคงมีความสงสัยกันว่าไก่เราแพ้มาสามารถนำมาทำพ่อไก่ได้ไหม  เพราะไก่นั้นมีแข้งดี เป็นไก่ที่เก่งตัวหนึ่งแต่ไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้  ก่อนอื่นเราต้องมาดูก่อนว่าไก่เขาแพ้มาแบบไหน  ไก่แพ้ไก่นั้นเกิดจากหลายสาเหตุ  เช่น  เปรียบแล้วเสียเปรียบ  เปรียบแล้วหลุดคู่ต่อสู่ถึงแม้ว่าจะแข้งดีเหมือนกันมีความเก่งพอๆกัน     แต่ถ้าตัวเล็กกว่ายังไงก็แพ้ตัวใหญ่  หรือว่าเปรียบแล้วไม่ได้ทางตีที่เราชอบ ทำให้หาช่องตีลำบากแล้วยังไปเข้าทางเขาอีก  แบบนี้โอกาสที่จะแพ้ก็มีสูง  หรืออาจจะอีกหลายๆสาเหตุ      ซึ่งในการจะดูว่าควรนำไปทำพ่อพันธุ์ได้ไหมเราก็ต้องมาดูกันก่อนว่าเขาแพ้มาแบบไหน  ถ้าไก่เขาแพ้มาแบบว่าเขาสู้สุดความสามารถแล้ว  สู้มาแบบหลังชนฝาแล้ว  สู้จนถึงที่สุดแต่สู้ไม่ได้  ในการแพ้แบบนี้เราสามารถนำเขามาทำพ่อพันธุ์ได้  เพราะว่าเขามีจิตใจเป็นนักสู้ที่เต็มที่  ในการแข่งชนไก่นั้นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความแข็งแรง     คือไก่มีจิตใจที่เป็นนักสู้  ซึ่งเราต้องเข้าใจว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า  ถึงแม้ว่าเราจะเก่งขนาดไหนแต่ยังไงก็ต้องมีตัวที่เก่งกว่าเราได้  เกมส์กีฬามีการแพ้ชนะกันได้  เราอาจจะชนะตัวที่แล้วมาแต่วันนี้เราอาจจะแพ้กับอีกตัวก็ได้     แต่ถ้าไก่ที่เราซ้อมมามีความเก่งทุกอย่าง  มีความพร้อมแข็งแรงสมบูรณ์  ตอนเปรียบก็สูสีไม่ได้เสียเปรียบ  แต่พอถึงเวลาแข่งจริงเจอคู่ต่อสู้ตีเจ็บหน่อยก็เกิดอาการกลัว  งอแงไม่อยากสู้  ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้แบบง่ายๆ  ไม่ยอมสู้ให้ถึงที่สุด  ไก่ที่แพ้แบบนี้ไม่ควรนำมาทำพ่อพันธุ์เด็ดขาดควรทิ้งไปได้เลย  เพราะจิตใจของเขาไม่ดีแล้วถึงแม้จะแข้งดีขนาดไหน  ถ้าจิตใจของเขาไม่ดี  ใจไม่สู้เข้าแล้วก็ไม่สามารถที่จะทำให้เขากลับมาสู้ได้อีก      เมื่อใจของเขาไม่ยอมสู้ถอดใจง่าย  โดนเจ็บๆมาหน่อยก็มีสะดุ้งกลัวหวาดระแวง  ถ้าเรายังฝืนเอาเขาไปตี  แรกๆเขาอาจจะตีอยู่แต่พอเจ็บตัวมากเข้าๆอาจจะวิ่งหนีไปเลยก็ได้  ไก่ที่มีลักษณะนิสัยจิตใจแบบนี้มันก็อาจจะสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้และส่งผลต่อไปถึงรุ่นลูกได้    ดังนั้นในการเลือกไก่ที่จะมาทำเป็นพ่อพันธุ์นั้นที่สำคัญต้องดูที่จิตใจของเขา  เลือกที่เทือกเขาเหล่ากอที่มีจิตใจดี  ถ้าตัวไหนที่มีเหล่ากอที่จิตใจไม่ดีถึงแม้จะเก่งขนาดไหนก็มีโอกาสแพ้ได้เสมอ  แต่ถ้าตัวไหนที่ถึงแม้ว่าจะแพ้มาแต่ถ้าจิตใจเขาดีเป็นนักสู้  สู้จนนาทีสุดท้ายแบบนี้นำมาทำเป็นพ่อพันธุ์ได้เลย

ไก่ชนป่าก๋อย กับ ไก่ชนพม่า แบบไหนผสมแล้วขายง่ายกว่ากัน

    คนที่จะเพาะพัฒนาไก่ก็คงจะคิดกันหนักว่าตลาดไก่ชนนั้นมีความนิยมแบบไหนมากกว่ากัน  ระหว่างไก่สายพันธุ์ป่าก๋อย  กับไก่สายพันธุ์พม่า  เพื่อว่าหากเราพัฒนาไปแล้วจะได้ไม่ถึงทางตันหรือเสียเวลาในการพัฒนาที่มากเกินไป  เพาะมาแล้วสามารถขายได้เร็วขายได้ดีกว่ากัน  ลูกเพาะที่ได้มามีปริมาณของดีที่มากกว่า  ก็มีข้อแนะนำส่วนตัวมาให้ทุกท่านได้ลองนำไปพิจารณากันดู     ตลาดไก่ชนไม่ว่าจะเป็นไก่ป่าก๋อยหรือไก่พม่าก็มีความต้องการไม่แพ้กัน  สามารถขายได้เหมือนๆกันขอแค่ไก่ของเรานั้นเก่ง      -ไก่ชนพม่าถึงแม้ว่าเชิงชนไม่ดี  ยืนโง่ๆแหงนๆยังไงก็ช่าง  แต่ถ้ามีความขยัน  แข้งคม  แผลดี แบบนี้เขาก็เล่นกันแล้ว เอาความแข็งแรงเข้าแข่งมาแบบไหนก็เล่นได้หมด  ถ้าเพาะออกมาแล้วก็จะขายง่ายในตลาดเมืองไทย      -แต่ไก่ป่าก๋อยนั้นจะขาดคุณสมบัติอะไรไปไม่ได้เลย  ทั้งชั้นเชิง ทั้งแข้งดี  เชิงดีแต่แข้งไม่มาก็เล่นไม่ได้  แข้งดีแต่เชิงไม่ดีก็เล่นไม่ได้  ไก่ป่าก๋อยนั้นต้องครบเครื่องจริงๆไม่ว่าจะเป็นชั้นเชิงหรือแผลตี  แผลตีตรงไหนก็ตรงนั้นไป  ด้วยแบบนี้มันถึงทำให้ไก่ป่าก๋อยมีราคาที่สูงกว่าไก่พม่า     เพราะไก่ป่าก๋อยมันเพาะออกมายากบางครั้งคอกหนึ่งอาจจะได้ดีแค่ตัวเดียว  ที่เหลือเล่นไม่ได้เลย  แต่ก็ยังได้รับความนิยมกันอยู่กับตลาดบ้านเรา  และไก่ป่าก๋อยก็มีตลาดต่างประเทศรองรับพวกไซส์ใหญ่  เช่น  ทางอินโดฯ  และทางจีนเขาก็ชอบเล่น  และก็มีเพื่อนบ้านทั้งลาว กัมพูชา  เหล่านี้เขาก็นิยมเล่นป่าก๋อยกันอยู่    ถ้าอยากจะเพาะกันจริงกับตลาดบ้านเราก็เพาะไก่ชนพม่าจะขายได้ง่ายกว่า  ถ้าเป็นสายป่าก๋อยนั้นถ้าฝีมือไม่ดีจริงก็เป็นเรื่องยากที่ไก่ของเราจะครบเครื่องจริงๆ  แต่ถ้าหากว่าเราเพาะได้และเก่งจริงยังไงก็มีคนสนใจกันแน่นอน  แต่เริ่มต้นก็แนะนำให้เพาะไก่พม่ากันก่อน  ปริมาณตัวเล่นได้มีเยอะ  ขายได้ง่าย     จะได้ไม่เสียเวลามากถ้าเรายังไม่เก่งจริงไม่เจ๋งจริงก็อย่าพึ่งเพาะป่าก๋อย  ขนาดเซียนหลายๆท่านที่เล่นไก่มานานหลายปีก็ยังพัฒนาในแบบที่ต้องการไม่ได้  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนเพาะได้เลย  ก็มีอยู่เหมือนกันที่คนเพาะป่าก๋อยแล้วประสบความสำเร็จ  ก็ฝากไว้เป็นแนวทางสำหรับท่านใดที่กำลังเลือกว่าจะเพาะพัฒนาสายพันธุ์ใด  […]